หลายวันก่อนมีโอกาสนั่งคุยกับคุณพ่อแบบชิ๊ว ชิว มากค่ะ เรานั่งคุยกันเรื่องเส้นทางของเยาวราช ตามจุดต่างๆกับแหล่งที่กิน(ซึ่งชอบไปกันมากๆ) แล้วได้บังเอิญใช้ Google Map รู้สึกว่าไฮโซมาก แสดงภาพเป็นช่วงตึกกันเลย นั่งตื่นตาตื่นใจกับคุณพ่อกันได้ซักพัก ภาพที่เรานั่งกดเล่นกันอยู่ก็ได้มาหยุดที่วัดเล่งเน่ยยี่ หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรารู้จักกันคือ วัดมังกรกมลาวาส คุณพ่อได้เปรยถึงเรื่องการสร้างโรงแรม หรือศูนย์การค้าใกล้เคียงละแวกนั้น ซึ่งตามข่าวที่ได้ระบุมาคือมีการคัดค้านการสร้างอย่างเต็มที่ ทั้งยังได้มีการต่อเติม ปรับเปลี่ยนโครงสร้างในบางส่วนของตัวอาคารอีกด้วย ข่าวนี้น่าจะถูกกลบเงียบลงไปบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าทางเขตจะดำเนินการต่อยังไง จะเศร้าใจที่สุดก็คือชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง และผลต่างๆที่จะตามมา ซึ่งคงไม่ได้ถูกอนุญาต ตาม พ.ร.บ ควบคุมอาคารห้ามมิให้ธุรกิจโรงแรมอยู่ติดกับวัด ก็ได้แค่คาดหวังว่า สถานที่ในบางจุดอาจจะมีการอนุรักษ์ไว้บ้าง ทุกจุดในบางสถานที่
 
            ในความคิด อาจจะเป็นสิ่งที่เก็บกลิ่นอายของความเก่าแก่ ซึ่งจำเป็นหรือที่นายทุนแต่ละท่านต้องปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ใหม่ ทันสมัย ให้ทันยุค
 
 
 
 
                      " ไม่รู้เหมือนกันว่านายทุน และทุกๆท่านเคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าไม่มีอดีต
                         เราจะมีปัจจุบันได้อย่างไร ? 
                         บางคนพูดว่าอดีตเราไม่หวนกลับไปมอง
                         แต่บางครั้งถ้าเราทำใจยอมรับ แล้วหันกลับไปมองบ้าง
                         บางครั้งก็อาจจะไม่มีการกระทำผิดซ้ำรอยเดิม
                         หรือเป็นคติสอนใจให้กับบทเรียนในวันข้างหน้าได้อีก "
 
              รวมถึงข่าวต่อเนื่องวันนี้ศาลปกครองจะมีการชี้ขาด จะมีการลงมติว่าจะทุบเจดีย์ทรงไทย บรรจุอัฐิต้นตระกูล "ฉีหยี่กง" อายุกว่า 100 ปี เชื่อว่าถูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในวัดเล่งเน่ยยี่ และอาจถูกทุบทิ้ง หากการยื่นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ครั้งสุดท้ายต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อเป็นโบราณสถาน ในวันที่ 16 ต.ค. 2555 นี้ ไม่หนักแน่นพอ ศาลปกครองสูงสุด ต้องพิพากษาเพิกถอนความคุ้มครอง ซึ่งเป็นต้นตระกูลที่แตกสาขา ต้นสกุลของหลายตระกูลดัง เช่น ล่ำซำ อึ๊งภากรณ์ หวั่งหลลี ฮุนตระกูล และโทณวณิก โดยก่อนหน้านี้ทายาทได้ร้องขอให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเจดีย์ดังกล่าวเป็นโบราณสถาน แต่เนื่องจากเจดีย์บรรจุอัฐิต้นตระกูล "ฉี่ยี่กง" ไม่มีลักษณะเด่นและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมมากพอ ทายาทจึงต่อสู้ในชั้นศาลเรื่อยมา จนถึงศาลปกครองชั้นสูงสุด
 
 
 
 
                ประเด็นที่จะบอกกล่าวถึงวันนี้ ไม่ใช่เหตุผลของต้นตระกูลไหนๆ แต่ว่าเริ่มไม่เข้าใจว่า อายุกว่า 100 ปี ก็จะทุบทิ้งเอาง่ายๆ เหตุแค่ไม่ใช่มรดกโลก หรือไม่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมมากพอหรอ ? น่าเศร้าใจจัง ที่มองง่าย ตัดออกง่ายๆ  ... จะมองว่าค่าของคน อยู่ที่ผลงาน จะกล่าวขานถึงแทนถึงไปจนชั่วลูกหลานก็ได้ แตภาพที่เคยปรับเปลี่ยนไปก็ดูน่าเสียดายนะคะ เกิดวันนึงมีค่าราคาขึ้นมาจะไม่นึกเสียดายบ้างหรอ ...    ก็ไม่รู้จะกล่าวได้อย่างไร แต่ก็รู้สึกแปลกๆใจที่มีเรื่องแบบนี้มาอยู่เรื่อยๆ  ถ้าใครที่ได้เคยลงไปเที่ยวภูเก็ต จะสามารถเห็นได้ว่า สถาปัตยกรรมในบางส่วนของเมือง ถูกผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว และถูกอนุรักษ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย แม้ว่าจะถูกปรับปรุงทาสีใหม่ แต่สถาปัตยกรรมก็ยังดูน่ามอง มีกลิ่นอายของความขลังที่บอกอายุมานาน  พิมพ์มาได้จนนึงถึงผลงานของ วินเซอร์ แวนโก๊ะ ตอนมีชีวิตอยู่ผลงานเค้าก็ไม่ได้มีค่ามีราคา คนมองไม่เข้าใจ พอล้มหายตายจากโลกนี้ไป ผลงานขิ้นนึงที่ดูไม่เคยจะรู้เรื่องในสายตาผู้คนก็กลับมามีมูลค่าอย่างมหาศาล  
" ...อย่าให้บุคลลตายจาก สิ่งมีค่าสูญหาย แล้วค่อยนึกเสียดาย มันน่าจะดูสายไปน่ะค่ะ... "
 
 
 
                 มาจนอีกเรื่องที่นึกได้คือ ลิโด้-สกาล่า ที่ถูกเวนคืนพื้นที่เนื่องจากหมดสัญญาเช่า ทั้งยังเป็นทรัพย์สินของทางจุฬาฯ  จะถูกมาสร้างเป็นร้านค้าปลีก ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่ก็ทำยังไงไม่ได้ อีกหน่อยรุ่นคุณพ่อ คุณแม่มาเที่ยวคงไม่พบเห็นภาพเก่าๆที่เป็นโรงหนัง ที่เคยมาเดทมาจีบกันตั้งแต่สมัยรุ่นแล้วละคะ 555 ทุกอย่างจะกลายเป็นย่านธุรกิจที่จอแจแออัดในอีกรูปแบบกันไป เจ้าของบล็อกก็ได้แต่นั่งใจหายอยู่ในบล็อก อีกหน่อยคงหาที่พักผ่อนอย่างสวนหย่อมยากขึ้นทุกที กลายเป็นร้านค้าในย่านธุรกิจ แหล่งทำเงินกันไปซะหมด
 
 
 
 
                  ชีวิตเริ่มดูน่าเบื่อหน่ายและ เหนื่อยยากมากขึ้นทุกที ,, อยู่ยากจัง หรือเราคงติดอะไรเรียบง่ายสบายๆมาจนชินแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนตัวอย่างสัญลักษณ์ของวัตถุนิยมทางสังคมกันไปแล้ว แม้กระทั่ง iPhone เรามานับคนที่มีอาจจะนับไม่ถ้วน แต่เรามานับคนที่ไม่มีใช่กันดีกว่า 555 จะว่าไปก็เป็นคนนึง ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปตามกระแส โทรเข้าโทรออกบอกว่าอยู่ไหน นัดเจอกันที่ใด อะไร ยังไง ก็โอเคแล้วแหละ เดินหากันไม่เจอ 555 แค่ทางฟุตบาทก็หาที่เดินยากมากขึ้นทุกทีสินะ 555 ,,,
 
 
 
 
คนที่มีพร้อมหมดแล้ว มีเงินเหลือเฟือจะใช้
 
แทนที่จะเอามาใช้เพื่อบังหน้าความเป็นสังคมชั้นสูง
 
บริจาคเพื่อเหตุผลทางธุรกิจ
เพื่อหลบเลี่ยงการทำหน้าที่เป็นประชาชนที่ดีของประเทศ (อาจจะมหาศาลเลย 55+)

ทำอะไรที่มีคุณค่าทางจิตใจกันบ้างได้มั้ย ?!?!!
....
...
 
...คงอาจจะหายากเต็มทนแล้วสินะ... 
 
 
 
 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ยิ่งมีเงินมากขึ้น....อำนาจมืดมิดก็ตามมาปิดอวัยวะหลายส่วน
หาได้ยินยลอะไร...สิ่งใดไม่
sad smile sad smile sad smile

#3 By ตีรณา on 2012-09-17 19:57

อาจจะเหมือนการยืนของจุดยืน ในสังคมอาจจะไม่ใช่วงกลม แต่กลับเป็นสี่เหลี่ยม หรือรูปลักษณ์อื่นๆ ที่เราสามารถมองได้แค่บางมุมในคนละมุม คนละด้านเท่านั้นแหละค่ะ ทุกๆคนคงมีเหตุผลที่จะกระทำทั้งนั้น เราก็คงได้แต่เสียดายค่าของสิ่งที่คนมองข้ามกันไป  big smile

#2 By pinggiezz on 2012-09-17 00:04

อืม ก็เพราะมนุษย์มันมีกิเลสไงล่ะ  และก็อยู่ที่สภาพแวดล้อมด้วย บางคนเจอเพื่อนไม่ดีๆก็ไม่ดีตามๆกันไป  บางคนมีอำนาจอยากทำไรก็ทำโดยไม่คิดถึงคนอื่นๆ    แต่ถึงยังไงคนเราก็มีหลายแบบ คนไม่ดีก็มีเยอะ  แต่คนดีก็มีเยอะเหมือนกัน   คิดซะว่า เราต้องเป็นคนดีเพิ่มอีก 1 คน  อย่างน้อยคนดีก็จะเยอะขึ้นbig smile

#1 By NiGHTSSE7EN on 2012-09-16 15:28